เครื่องฟอกอากาศ แพงกับถูกต่างกันยังไง? ดู CADR ก่อนซื้อ
HEPA 0.3 ไมครอนบนกล่องเหมือนกันแทบทุกเครื่อง ตัวเลขที่บอกว่าเอาอยู่กับห้องคุณจริงคือ CADR ซัมกับสแนปไล่หลักฐานจากงานวิจัยยุคสงครามถึงมาตรฐาน มอก.

สแนปซัม! เครื่องฟอกอากาศมีตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่น แต่บนกล่องเขียนเหมือนกันเป๊ะ HEPA กรองได้ 0.3 ไมครอน งั้นแพงกว่าต้องดีกว่าแน่ๆ!

ซัมตัวเลขบนกล่องเหมือนกันก็จริง แต่ตัวเลขที่ควรดูซ่อนอยู่อีกที่ มาไล่ดูกัน
ก่อนจ่ายเงินซื้อเครื่องฟอกอากาศ หลายคนมักดูแค่คำว่า HEPA กับ 0.3 ไมครอนบนกล่อง แต่สองตัวเลขนี้บอกอะไรเราได้น้อยกว่าที่คิดมาก แฟ้มคดีนี้จะพาไปดูว่า 0.3 ไมครอนมาจากไหน และตัวเลขไหนที่บอกได้จริงว่าเครื่องเอาห้องของเราอยู่

หลักฐานชิ้นที่ 10.3 ไมครอนมาจากงานวิจัยยุคสงคราม
ตัวเลข 0.3 ไมครอนไม่ใช่ตัวเลขการตลาด แต่มาจากงานวิจัยเรื่องควันและตัวกรองของคณะกรรมการวิจัยกลาโหมสหรัฐฯ (NDRC) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เริ่มตั้งแต่ปี 1940

หนึ่งในคนสำคัญคือ Irving Langmuir นักเคมีรางวัลโนเบลปี 1932 เขาวางทฤษฎีการดักอนุภาคด้วยเส้นใยไว้ในรายงาน "Report on Smokes and Filters" (OSRD 865) ปี 1942 หลังจากนั้น LaMer และ Sinclair ก็พัฒนาวิธีทดสอบตัวกรองด้วยละอองขนาด 0.3 ไมครอนต่อจากทฤษฎีนั้น

สแนปอ้าว ไม่ใช่ว่าคิดขึ้นเพื่อโครงการแมนฮัตตันเหรอ

ซัมอันนั้นคนขายชอบเล่า แต่งานวิจัยเรื่องควันกับตัวกรองเริ่มมาตั้งแต่ปี 1940 ก่อนโครงการแมนฮัตตันสองปีเต็ม
โครงการแมนฮัตตันก่อตั้งอย่างเป็นทางการเดือนสิงหาคม 1942 เรื่องเล่าที่ว่า "HEPA เกิดมาเพื่อโครงการแมนฮัตตัน" จึงเกินจริงไปมาก
หลักฐานชิ้นที่ 20.3 คือขนาดที่กรองยากที่สุด ไม่ใช่ขนาดที่เล็กที่สุด
หลายคนเข้าใจว่า 0.3 ไมครอนคือฝุ่นที่เล็กที่สุดที่ HEPA กรองได้ ความจริงเป็นตรงกันข้าม ตัวกรองแบบเส้นใยดักฝุ่นด้วย 3 กลไก
- ฝุ่นใหญ่ วิ่งตามลมไม่ทัน เลยพุ่งชนเส้นใยเอง (impaction)
- ฝุ่นขนาดกลาง ลอยเฉียดเส้นใยแล้วติดอยู่ (interception)
- ฝุ่นเล็กมาก ลอยส่ายไปมาแบบสุ่มจนไปชนเส้นใยเอง (diffusion)
ฝุ่นช่วงราว 0.1 ถึง 0.3 ไมครอนอยู่ตรงกลางพอดี ทั้ง 3 กลไกทำงานได้ไม่ดีนัก ฝุ่นขนาดนี้จึงหลุดผ่านง่ายที่สุด เรียกว่า MPPS (Most Penetrating Particle Size) มาตรฐาน HEPA ของสหรัฐฯ (DOE-STD-3020) จึงทดสอบที่ 0.3 ไมครอน และกำหนดให้กรองได้อย่างน้อย 99.97%

ดังนั้นกล่องที่ชูว่า "กรองได้เล็กถึง 0.1 ไมครอน" ไม่ได้แปลว่าเครื่องเก่งกว่า เพราะฝุ่นที่เล็กกว่านั้นถูกดักด้วยการส่ายไปมาได้ดีอยู่แล้ว
หลักฐานชิ้นที่ 3เกรด H11 กับ H13 ต่างกันแค่ไหน
มาตรฐานยุโรป EN 1822 แบ่งเกรดตามประสิทธิภาพที่ MPPS เช่น H11 กรองได้ 95% และ H13 กรองได้ 99.95% ถ้ามีฝุ่น 10,000 อนุภาค H11 จะปล่อยให้หลุดราว 500 อนุภาค ส่วน H13 หลุดราว 5 อนุภาค
แต่ก็มีสิ่งที่ต้องแลก ไส้กรองเกรดสูงมีเส้นใยแน่นกว่า ลมจึงผ่านยากกว่า ถ้าพัดลมไม่แรงพอ ปริมาณอากาศที่ฟอกได้ต่อชั่วโมงก็ลดลง เกรดไส้กรองอย่างเดียวจึงยังบอกไม่ได้ว่าเครื่องทั้งเครื่องฟอกห้องได้เร็วแค่ไหน
หลักฐานชิ้นที่ 4ตัวเลขที่ควรดูคือ CADR

สแนปแล้วตัวเลขที่ควรดูคืออะไรล่ะ

ซัมให้ดูที่ค่า CADR หรืออัตราการส่งอากาศสะอาด
CADR (Clean Air Delivery Rate) วัดตามมาตรฐาน ANSI/AHAM AC-1 ของสมาคมผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านสหรัฐฯ (AHAM) โดยทดสอบในห้องขนาดราว 1,008 ลูกบาศก์ฟุต หรือประมาณ 28.5 ลูกบาศก์เมตร และมีพัดลมกวนอากาศอยู่ด้วย ค่ายิ่งสูง ก็ยิ่งฟอกห้องที่ใหญ่ขึ้นได้
AHAM แนะนำ กฎ 2/3 คือขนาดห้องที่เหมาะ (ตารางฟุต) อยู่ที่ประมาณ CADR (ลูกบาศก์ฟุตต่อนาที) x 1.55
ทีมเราลองคำนวณดู เครื่อง CADR 200 cfm เหมาะกับห้องราว 310 ตารางฟุต หรือประมาณ 29 ตารางเมตร
ระวังตัวเลขจากกล่องทดสอบเล็ก
ผู้ผลิตบางรายระบุเองว่าทดสอบในกล่องขนาดแค่ 0.2 ลูกบาศก์เมตร ตัวเลขที่ได้จึงเอาไปเทียบกับห้องจริงตรงๆ ไม่ได้ งานวิจัยของ Shi และคณะ (2016, Aerosol Science and Technology) ทดสอบเครื่องฟอกอากาศ 4 รุ่นในกล่อง 0.46 ลูกบาศก์เมตร พบว่าอัตราการดักฝุ่นต่างกันกว่า 50 เท่า
หลักฐานชิ้นที่ 5ระวังเครื่องที่ปล่อยโอโซน
งานวิจัยชิ้นเดียวกันพบว่า 2 ใน 4 รุ่นปล่อยโอโซน วัดได้สูงสุด 410 ppb ขณะที่เกณฑ์ของ FDA และ CARB (แคลิฟอร์เนีย) สำหรับอุปกรณ์ในบ้านอยู่ที่ 50 ppb ถ้าเห็นคำว่า "activated oxygen" บนกล่อง ให้รู้ไว้ว่านั่นเป็นชื่อเรียกทางการตลาดของโอโซน
แล้วในไทยมีมาตรฐานคุมไหม
- มอก. 60335 เล่ม 2(65)-2564 เป็นมาตรฐานบังคับ มีผล 5 พฤษภาคม 2566 คุมเรื่อง ความปลอดภัย เช่น ไฟฟ้าช็อตและแสง UVC
- มอก. 3061-2563 ว่าด้วย ประสิทธิภาพการฟอกฝุ่น เป็นมาตรฐาน สมัครใจ

สแนปแปลว่าเครื่องฟอกได้จริงแค่ไหน เราต้องดูเองสินะ

ซัมใช่ ดูค่า CADR ให้พอกับขนาดห้อง ดูเกรดไส้กรอง แล้วอย่าลืมดูราคาไส้กรองตอนต้องเปลี่ยนด้วย
เช็กลิสต์ก่อนซื้อ
- CADR มาจากการทดสอบตาม AHAM AC-1 ไหม และพอกับขนาดห้องหรือเปล่า (CADR x 1.55 = ตารางฟุต)
- เกรดไส้กรอง ระบุตามมาตรฐานอะไร (HEPA ตาม DOE หรือ H11 ถึง H13 ตาม EN 1822)
- ราคาไส้กรองตอนเปลี่ยน และต้องเปลี่ยนบ่อยแค่ไหน
- ไม่มีโอโซน หรือผ่านเกณฑ์ CARB
- มี มอก. ด้านความปลอดภัย
สรุปคดี
ราคาไม่ได้บอกว่าฟอกเก่ง และ HEPA 0.3 ไมครอนบนกล่องก็เหมือนกันแทบทุกเครื่อง ตัวเลขที่ต้องดูคือ CADR เทียบกับห้องของคุณ
ราคาไม่ได้บอกว่าฟอกเก่ง ตัวเลขที่ต้องดูคือ CADR เทียบกับขนาดห้องของคุณ

สแนปงั้นผมเลือกเครื่องที่กล่องสวยที่สุดไม่ได้เหรอ

ซัมได้ ถ้าจะซื้อไปตั้งโชว์
แหล่งอ้างอิง
- AHAM: ANSI/AHAM AC-1 และ Testing of Portable Air Cleaner Performance FAQs
- U.S. Department of Energy: DOE-STD-3020 Specification for HEPA Filters
- CEN: EN 1822 High efficiency air filters (EPA, HEPA and ULPA)
- ScienceDirect: Report on Smokes and Filters (OSRD 865), Irving Langmuir
- National Academy of Sciences (NCBI Bookshelf): The Academy in World War II
- Atomic Heritage Foundation: Manhattan Project Begins, 1942
- Aerosol Science and Technology 50(3): Shi et al. (2016) Performance of wearable ionization air cleaners: Ozone emission and particle removal
- สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.): มอก. 60335 เล่ม 2(65)-2564 และ มอก. 3061-2563

